ทุกเรื่อง ทุกปัญหา ของงานด้านบุคคลเราช่วยคุณได้ สนใจติดต่อเราได้ที่ :: 02 634 3131 หรือ email :: info@aree-associates.com

 
     
                      
 
   

 

          โดย อารี เพ็ชรรัตน์
         
          ในช่วงนี้นักศึกษากำลังสอบและใกล้จะจบการศึกษากันเป็นจำนวนมาก และเมื่อเรียนจบก็คงมุ่งหน้าหางานทำกันเป็น
ส่วนใหญ่ มีบางส่วนจะเรียนต่อเพราะมีความคิดว่าจบปริญญาตรีสมัยนี้น้อยไปจบกันมาเยอะแข่งกันหางานยากจึงเรียนต่อ
ปริญญาโทก็มีมาก อาจจะว่าเป็นแฟชั่นกันไปแล้วก็เป็นได้ ส่วนที่เรียนสายอาชีวะจบปวช. ปวส. แล้วทำงานเลยเริ่มมีน้อยจน
กลายเป็นกลุ่มที่ต้องการในตลาดแรงงานอย่างมากแต่มีคนจบมาน้อยเกินไป คนที่จบปวส. มักต้ดสินใจเรียนต่อปริญญาตรีอีก
จึงทำให้ความหลากหลายในตลาดแรงงานเริ่มตีบตัน ทั้ง ๆ ที่งานบาง อย่างไม่จำเป็นต้องใช้คนจบระดับปริญญาตรีมาทำก็ได้
แต่เนื่องจากขาดผู้สมัครในระดับ ปวช. และ ปวส. บริษัทหลายแห่งจึงจำใจต้องรับคนจบปริญญาตรีมาทำแทน ในทำนอง
เดียวกันผู้ที่จบปริญญาตรีเมื่อต้องรองานนาน ๆ เข้าก็เริ่มยอมรับสภาพการหางานยากยอมลดตัวเองลงมาทำงานในตำแหน่งที่
ต่ำกว่าที่ตนเองอยากทำในที่สุด ซึ่งจะเกิดปัญหาการอยู่ไม่นานตามมาอีก เพราะเมื่อไหร่ที่มีงานที่เหมาะสมกับระดับการศึกษา
ที่จบมาก็จะลาออกทันที อัตราการลาออกในบริษัทหลายแห่งจึงสูงขึ้นเพราะสาเหตุนี้เอง จะไปกล่าวโทษว่าเด็กสมัยนี้อยู่ไม่ค่อย
ทนจึงไม่ถูกต้องนัก เพราะเมื่อไหร่ที่เขามีทางเลือกที่ดีกว่า ทุกคนย่อมไขว่คว้ากันทั้งนั้น
         
           สำหรับคนทำงานด้านสรรหาที่ต้องการรับพนักงานใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์การทำงานมาก่อนคงต้องวางกลยุทธ์ใน
การสรรหาคนกลุ่มนี้ไว้ล่วงหน้า เพราะสมัยนี้โลกของคนทำงานรุ่นใหม่เปลี่ยน ไปแล้วอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง
ทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ยุคใหม่ ระบบการศึกษาแนวใหม่ การเปิดกว้างขึ้นของสังคมไทยที่ยอมรับวัฒนธรรม
ตะวันตกและตะวันออกอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีมากขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่มีมุมมองในการทำงานที่แตกต่างไปจากเมื่อ 10-20 ปี
ที่ผ่านมามาก มุมมองในการหางานของคนรุ่นนี้แตกต่างกับคนทำงานรุ่นอายุ 35 หรือ 40 ปีขึ้นไปในหลาย ๆ เรื่อง เช่น
ความผูกพันกับองค์กรของคนรุ่นใหม่จะเป็นระยะสั้น ๆ การทำงานแบบเดิมที่เรียกว่า อยู่ยาวกันตลอดชีวิต (Life Time -
Employment) ไม่สามารถจูงใจคนรุ่นใหม่ได้อีกต่อไป พวกเขาสนใจ ผลตอบแทนและงานที่ท้าทายมากกว่าความจงรักภักดี
ที่มีต่อองค์กร แต่ข้อดีของคนรุ่นใหม่ก็มีเช่นกัน พวกเขามีไฟในงานเกิน 110% และให้ความสำคัญกับชีวิตทำงาน พอ ๆ กับ
ชีวิตส่วนตัว เรียกว่า Work-Life Balance กว่าคนรุ่นก่อนมาก
         
          บุคลิกของคนรุ่นใหม่ไฟแรงเหล่านี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนคือ เป็นกลุ่มที่มีความรู้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ดี
มี IQ สูง แต่ขาด EQ มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง พร้อมทำงานหนักแต่ไม่ค่อยอดทน และกล้าเรียกร้องสิทธิ์และทำตาม
ความต้องการของตัวเอง
         
          เมื่อทราบบุคลิกของคนรุ่นใหม่ผู้ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการสรรหาคัดเลือกจึงควรปรับเปลี่ยนมุมมองในการสรรหาคน
รุ่นใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงที่เปลี่ยนไป โดยอาจมีแผนรองรับในการสรรหาดังนี้

          1) สะสมรายชื่อกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่เป็นนักศึกษาปีที่ 3

          2) เริ่มสัมภาษณ์นักศึกษาปีสุดท้าย 1 เทอมก่อนสอบปลายภาค

          3) แจ้งการรับเข้าทำงานภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากสัมภาษณ์

          4) เป็นสปอนเซอร์การแข่งขันกีฬาภายในมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับนักศึกษา

          5) กระตุ้นให้พนักงานในบริษัทแนะนำผู้สมัครที่น่าสนใจ

          6) เสนอการฝึกอบรมทักษะในด้านต่าง ๆ ที่ผู้สมัครขาดเพื่อจูงใจให้มาสมัคร

          7) สร้างสัมพันธ์กับ Recruitment Agencies หลาย ๆ แห่งเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้คนเก่งคนดี

          การสรรหาเป็นเรื่องที่ต้องแข่งขันกันเองระหว่างบริษัทต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทที่ดำเนินกิจการคล้าย ๆ กัน
เพราะกลุ่มเป้าหมายผู้สมัครเป็นกลุ่มเดียวกัน จึงเกิดการดึงคนในตะกร้าเดียวกันมาก ดังนั้นผู้สรรหาควรปรับกลยุทธ์ในการ
สรรหา ที่เป็นเชิงรุก (Proactive) มากกว่าเชิงรับ (Reactive) เพียงอย่างเดียวจึงจะได้ผู้สมัครเร็วขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่าย
และเวลาในการสรรหา
         
          นอกจากนี้บริษัทควรสร้าง “BRAND” Image เพื่อกระตุ้นให้ผู้สมัครสนใจ และเน้นผลประโยชน์อื่น ๆ ที่นอกเหนือ
จากเงิน เป็นต้นว่า การให้งานที่ท้าทาย การให้โอกาสก้าวหน้า และการเปิดโอกาส ให้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่ง
สำคัญ กับคนทำงานรุ่นใหม่ทั้งสิ้น
         
          เกี่ยวกับผู้เขียน: - สำเร็จการศึกษาปริญญาโท MBA จาก Delft University ประเทศเนเธอร์แลนด์
                                 - ปริญญาตรีสังคมศาสตร์และจิตวิทยาจาก Lucknow University ประเทศอินเดีย

                                 - ประสบการณ์ด้านงานบริหารและพัฒนาบุคลากรกว่า 14 ปี
                                 - ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท อารีแอนด์แอสโซซิเอทส์ จำกัด
                                   บริษัทที่ปรึกษาด้านบริหารและพัฒนาบุคคลให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในองค์กรขนาดกลางและ
                                   ขนาดย่อม

                                 - นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการบริหาร Human Capital Club (HCC) สมาคมอิสระที่มุ่งเน้น
                                    การส่งเสริมและยกระดับวิชาชีพงานบุคคลโดยไม่หวังผลกำไร
                                 - และเป็นผู้ตอบคำถามในคอลัมน์ Ask Expert ของ Website: Nationejobs.com

                                   โทรศัพท์ 02-634-3131, 09-811-7570
                                   e-mail:aree@aree-associates.com



 
 
     
     
 
 
บริษัท อารี แอนด์ แอสโซซิเอทส์ จำกัด 138 อาคารบุญมิตร ชั้น 6 ยูนิตบี 13 ถ.สีลม สุริยวงศ์ บางรัก กทม. 10500
 
 
Tel. 02-6343131 Fax: 02-6343130 Email: info@aree-associates.com